ข้อบังคับ สมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย

หมวดที่ ๑
ความทั่วไป

ข้อ ๑. สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย” ย่อว่า “สวยท” เรียกเป็นภาษาอังกฤษ ว่า “The Marching Band Association of Thailand” ย่อว่า “MBAT”

ข้อ ๒. เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมมีรูปสัญลักษณ์นักดนตรีวงโยธวาทิตยืนอยู่ด้านใน
มีความหมายว่า เป็นสัญลักษณ์ของวงโยธวาทิต วงกลมล้อมรอบมีข้อความเป็นภาษาไทยว่า “สมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย” และมีข้อความภาษาอังกฤษว่า “The Marching Band Association of Thailand”

ข้อ ๓. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ เลขที่ ๔ ถนนพระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๓๓๐

ข้อ ๔. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
๔.๑ จัดกิจกรรมทางด้านดนตรีของวงโยธวาทิต เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางด้านดนตรีให้กับเยาวชน และ/หรือ บุคคลทั่วไป และ/หรือ วงโยธวาทิตในประเทศไทย
๔.๒ ควบคุมและจัดการประกวดและการตัดสินวงโยธวาทิตที่เข้าร่วมการแข่งขัน ให้มีมาตรฐานของการตัดสินการประกวด โดยเป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีความยุติธรรม
๔.๓ เป็นศูนย์กลางการติดต่อประสานงานกิจกรรมของวงโยธวาทิต ทั้งบุคคล และ/หรือ วงโยธวาทิตที่เข้าร่วมการแข่งขันให้กับสมาชิกของสมาคม เพื่อการสอบแข่งขันหรือเพื่อการ ประกวดวงโยธวาทิต ทั้งในและต่างประเทศ
๔.๔ จัดทำมาตรฐานผู้ฝึกสอนวงโยธวาทิตให้มีมาตรฐาน เพื่อให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล
๔.๕ เพื่อดำเนินการ หรือร่วมมือกับองค์การกุศล เพื่อการกุศลและองค์การ สาธารณประโยชน์เพื่อสาธารณประโยชน์

 

หมวดที่ ๒
สมาชิก

ข้อ ๕. สมาชิกของสมาคมมี ๔ ประเภท คือ
๕.๑ สมาชิกสามัญ ได้แก่ สมาคม มูลนิธิ สถานศึกษา ชมรมหรือสโมสรของหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน หรือนิติบุคคลอื่น ๆ ศูนย์เยาวชน ศูนย์การศึกษา ซึ่งได้รับอนุญาตและได้จัดตั้งขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมายที่มีความประสงค์สอดคล้องหรือมีส่วนร่วม / ร่วมกิจกรรมเดียวกันกับสมาคม
๕.๒ สมาชิกวิสามัญพิเศษ ได้แก่ นักดนตรีหรือบุคคลผู้ให้การส่งเสริมดนตรีภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสมาคม โดยจะได้รับสิทธิพิเศษที่ทางสมาคมมอบให้ในกิจกรรมต่าง ๆ
๕.๓ สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ นักดนตรีหรือบุคคลผู้ให้การส่งเสริมดนตรีภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสมาคม
๕.๔ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคมซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ ๖. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

๖.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
๖.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
๖.๓ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
๖.๔ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น
๖.๕ ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก หรือมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพของสมาคมอันเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมหรือประพฤติตน หรือกระทำการใด ๆ ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
๖.๖ ในกรณีที่สมาชิกของสมาคมเป็นนิติบุคคล หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ชมรม หรือสโมสร สมาชิกนั้นจะต้องมีวัตถุประสงค์หลักอย่างเดียวกัน หรือสอดคล้องกันกับสมาคม หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสมาคม

ข้อ ๗. ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

๗.๑ สมาชิกสามัญ
ก. ค่าลงทะเบียนแรกเข้า (ชำระคราวเดียว) ๕,๐๐๐ บาท
ข. ค่าบำรุงรายปี ๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท

๗.๒ สมาชิกวิสามัญพิเศษ
ก. ค่าลงทะเบียนแรกเข้า (ชำระคราวเดียว) ๒,๐๐๐ บาท
ข. ค่าบำรุงรายปี ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท

๗.๓ สมาชิกวิสามัญ
ก. ค่าลงทะเบียนแรกเข้า (ชำระคราวเดียว) ๕๐๐ บาท
ข. ค่าบำรุงรายปี ๆ ละ ๒๐๐ บาท

๗.๔ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ดูประกาศสมาคมฯ เรื่องข้อกำหนดสิทธิประโยชน์สมาชิก สวยท ป.๖๒/๐๑

 

ข้อ ๘. การสมัครเป็นสมาชิกของสมาคม
๘.๑ ให้สโมสร สมาคม หรือสถานศึกษาใด ๆ ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมต้องยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการสมาคม โดยมีนายกสโมรสร นายกสมาคม หัวหน้าสถานศึกษานั้น ๆ หรือผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายเป็นผู้ลงนามรับรอง และให้เลขาธิการสมาคมติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาอย่างน้อย ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ ของสมาคมได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว ก็ให้เลขาธิการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม เมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็วและให้ถือว่าการเป็นสมาชิกเริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการมีมติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก
๘.๒ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้ผู้รับสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้ผู้สมัครนั้นชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก
๘.๓ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม

ข้อ ๙. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
๙.๑ ตาย
๙.๒ ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และ สมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
๙.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก
๙.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
๙.๕ คณะกรรมการบริหารของสมาคมลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของ คณะกรรมการบริหารสมาคม แจ้งให้สมาชิกนั้นทราบภายใน ๑๕ วัน หลังจากมีมติให้ออกแล้ว
๙.๖ ไม่เสียค่าบำรุงการเป็นสมาชิกตามเวลาที่กำหนดไว้ติดต่อกัน ๓ ปี นับตั้งแต่วันที่สมาคมพิจารณารับเข้าเป็นสมาชิก
๙.๗ ไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่สมาคมจัดการประกวดขึ้นนานติดต่อกัน ๕ ปี นับตั้งแต่วันที่สมาคมพิจารณารับเข้าเป็นสมาชิก
๙.๘ ไม่เข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีโดยไม่มีเหตุผลติดต่อกันเป็นเวลา ๒ ปี นับตั้งแต่วันที่สมาคมรับสมัครเข้าเป็นสมาชิก
๙.๙ ไม่ส่งนักดนตรีเข้าร่วมประกวดในรายการต่าง ๆ ที่สมาคมเป็นผู้จัดการประกวดหรือรับรองการประกวดเป็นเวลาอย่างน้อย ๓ ปี ติดต่อกัน นับจากวันที่สมาคมรับสมัครเข้าเป็นสมาชิก

ข้อ ๑๐. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

๑๐.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
๑๐.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหาร
๑๐.๓ สมาชิกมีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคมได้เมื่อได้รับอนุมัติจากสมาคมแล้ว
๑๐.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคมหรือส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมใหญ่ หรือการประชุมตามที่สมาคมจัดขึ้น
๑๐.๕ สโมสร สมาคม หรือสถานศึกษา ตามข้อ 8.๑ มีสิทธิส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม โดยมีนายกสโมสร นายกสมาคม หัวหน้าสถานศึกษานั้น ๆ หรือผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายเป็นผู้ลงนามรับรอง
๑๐.๖ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้ สโมรสร/องค์กร ละ ๑ คะแนนเสียง ทั้งนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า ๑ ปีนับตั้งแต่ได้รับสมัครเข้าเป็นสมาชิกจนถึงวันเลือกตั้ง
๑๐.๗ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม เพื่อตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน บัญชี
เกี่ยวกับการเงินของสมาคมและทะเบียนสมาชิกจากคณะกรรมการบริหารสมาคม
๑๐.๘ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
๑๐.๙ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
๑๐.๑๐ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
๑๐.๑๑ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม
๑๐.๑๒ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๐.๑๓ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ข้อ ๑๑. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกวิสามัญ ยกเว้นกรรมการบริหารและสมาชิกกิตติมศักดิ์ย่อมมีสิทธิเช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ ยกเว้นข้อ ๑๐.๖, ๑๐.๗, ๑๐.๘

 

หมวดที่ ๓
การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ ๑๒. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย ๑๐ คนอย่างมากไม่เกิน 20 คน คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม โดยให้เลือกตั้งนายกสมาคม ๑ คน และให้นายกสมาคม ไปแต่งตั้งสำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของสมาคม ตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้

๑๒.๑ นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม คณะกรรมการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม
๑๒.๒ อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
๑๒.๓ เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม ติดต่อกับสมาชิก หรือบุคคลภายนอกในเรื่องทั่วไป และกิจการอื่น ๆ ที่มิได้อยู่ในอำนาจหรือหน้าที่ของกรรมการอื่นโดยเฉพาะ
๑๒.๓ รองเลขาธิการ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขาธิการเมื่อเลขาธิการไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และกระทำการใด ๆ ตามที่นายกสมาคมหรือเลขาธิการมอบหมาย
๑๒.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่ายบัญชี งบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
๑๒.๕ ปฏิคม มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
๑๒.๖ นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับ เหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
๑๒.๗ วิเทศน์สัมพันธ์ มีหน้าติดต่อประสานกับฝ่ายต่างประเทศ
๑๒.๘ ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก และบุคคล โดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
๑๒.๙ ผู้อำนวยการสำนักงานภาค มีหน้าที่บริหารจัดการ กิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคม ที่จัดขึ้นในแต่ละ ภูมิภาค รวมถึงกิจกรรมของสำนักงานภาค ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
๑๒.๑๐ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ มีหน้าที่บริหารจัดการ กิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมในด้านการศึกษา และการอบรมต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
๑๒.๑๑ กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

ข้อ ๑๓. คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๔ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการแทนก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ ๑๔. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ ๑๕. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
๑๕.๑ ตาย
๑๕.๒ ลาออก
๑๕.๓ ขาดจากสมาชิกภาพ
๑๕.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ ๑๖. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ ๑๗. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
๑๗.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้อง ไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
๑๗.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
๑๗.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรือ อนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
๑๗.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
๑๗.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
๑๗.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
๑๗.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
๑๗.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๕ ของ สมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
๑๗.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
๑๗.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
๑๗.๑๑ มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๘. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อย เดือนละ ๑ ครั้ง โดยให้จัดขึ้นภายในวันที่ ๑5 ของทุก ๆ เดือน ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ ๑๙. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๐. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ ๔
การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๑. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี ๒ ชนิด คือ
๒๑.๑ ประชุมใหญ่สามัญ
๒๑.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๒. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนกันยายนของทุก ๆ ปี

ข้อ ๒๓. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้อง แจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ ๒๔. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๒๔.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
๒๔.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
๒๔.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
๒๔.๔ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
๒๔.๕ เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี

ข้อ ๒๕. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วม ประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคม เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก
ข้อ ๒๖. การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๗. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น


หมวดที่ ๕
การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๒๘. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคม ถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคารพาณิชย์ ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล

ข้อ ๒๙. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขาธิการ

ข้อ ๓๐. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ ๓๑. ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ ๓๒. เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ ๓๓. ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ ๓๔. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ ๓๕. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

 

หมวดที่ ๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๓๖. ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ ๓๗. การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ ๓๘. ในกรณีเลิกสมาคมไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบบัญชี และเมื่อชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่ให้โอนให้แก่สมาคม หรือมูลนิธิ หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการกุศลหรือสาธารณประโยชน์ตามมติที่ประชุม

 

หมวดที่ ๗
บทเบ็ดเตล็ด

ข้อ ๓๙. การตีความข้อบังคับของสมาคม หากเป็นที่สงสัยให้ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากของที่ประชุมชี้ขาด

ข้อ ๔๐. ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสมาคมมาใช้บังคับ ในเมื่อ ข้อบังคับของสมาคมมิได้กำหนดไว้ และหากมีข้อบังคับใดขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ให้ถือปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ ๔๑. สมาคมต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใดนอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเอง

 

หมวดที่ ๘
บทเฉพาะกาล

ข้อ ๔๒. ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ ๔๓. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียน เป็นต้นไป